Tag Archives: soy

เรื่องย่อระบำเมฆ 4

ในขณะที่ปรินทร์แสดงออกชัดเจนว่าสนใจหนูเล็กจนมาหาถึงที่ร้านเสื้อ ทำให้เมฆนึกไม่ชอบใจให้พะแพงคอยเป็นหูเป็นตาและคอยกันท่า หนูเล็กคิดว่าเมฆระแวงปรินทร์เกินเหตุ จึงแกล้งสนิทสนมกับอีกข้างให้เมฆหัวเสีย เมฆทั้งเป็นห่วงความปลอดภัยและนึกหึงหวงหนูเล็กไปพร้อม ๆ กัน จนเกือบเผลอเล่นงานปรินทร์ให้เสียแผนไปหลายครั้ง หนูเล็กทำเมฆเสียศูนย์ได้ก็นึกชอบที่ได้แกล้งอีกข้างคืนบ้าง จนพะแพงแปลกใจว่าหนูเล็กกำลังมีปัญหาอะไรกับเมฆอยู่ จากที่เคยหวานชื่นกลับมาประชดประชันใส่กัน

          โชนรังสีพยายามเตือนหนูเล็กและเมฆให้อยู่ห่างพวกเช่นชนกและเพชรน้ำเงินเอาไว้ เมฆสังเกตหลายครั้งว่าสายตาโชนรังสีดูเป็นห่วงหนูเล็กจากใจจริง เมฆตั้งข้อคิดเห็นุว่ามันน่าแปลกที่คนอย่างโชนรังสีมาเป็นห่วงบุตรสาวศัตรู แต่หนูเล็กกลับคิดว่าโชนรังสีอาจจะมีแผนร้ายอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ จึงตัดสินใจบอกภาณุเรื่องเช่นชนกไปสนิทสนมกับโชนรังสี ภาณุท่าทางโกรธจัดและบอกหนูเล็กว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง ภาณุคาดคั้นเช่นชนกเรื่องโชนรังสี เช่นชนกไม่ยอมบอกว่ากำลังทำอะไรอยู่ บอกเพียงว่าเขารู้อะไรมากกว่าที่ภาณุคิด

          ถึงแม้ว่าเมฆจะระวังความปลอดภัยของหนูเล็กอย่างมาก แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีคนสองกลุ่มโผล่มา กลุ่มแรกมาดักรังควานหนูเล็ก และอีกกลุ่มพยายามจะพาตัวหนูเล็กไป เมฆเสี่ยงเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกจนบาดเจ็บเพื่อให้ช่วยหนูเล็กรอดเงื้อมมือของทั้งสองกลุ่มไปได้ แล้วพาหนูเล็กหนีไปอยู่ที่เซฟเฮ้าส์บ้านคีตภรณ์ขององค์กรราชสีห์ ที่คีตาพูดรับรองว่าไม่มีใครรู้จักนอกจากเป็นคนในครอบครัวแค่นั้นเมฆดูแลหนูเล็กอย่างดี จนทำให้หนูเล็กคลายความหวาดกลัวเมื่อมีเมฆอยู่ข้าง ๆ แบบงี้ แม้จะเคยโกรธเกลียดเขามากแค่ไหน เหตุการณ์นี้ทำให้หนูเล็กรู้สึกได้ว่าที่จริงแล้วเมฆรักตนมาก ถึงปากจะแข็งเหมือนหินก็เถอะ หนูเล็กที่ในใจยังรักเมฆไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้จะพยายามแสดงความโกรธภายหลังที่รู้ว่าโดนหลอก แต่เมื่อรู้ใจจริง ๆ ของเมฆหนูเล็กเองก็ใจแข็งอยู่ไม่ไหว

          การทำการอย่างอุกอาจของทั้งสองกลุ่ม และการต่อสู้ระหว่างเมฆกับคนสองกลุ่มนี้ ช่วยให้คิงกับดวิษจับพิรุธบางสิ่งบางอย่างได้ และย่องเข้ารวบตัวคนร้ายทั้งสองพวกเอาไว้ได้ ก่อนจะถูกปิดปากเหมือนครั้งก่อน ๆ และไต่สวนจนรู้ว่า พวกที่มาดักรังควานหนูเล็กเป็นคนที่อิสราจ้างวานมา ซึ่งเหมือนมาดาก็รู้เห็นเรื่องนี้ด้วย ส่วนอีกพวกที่ตามมาจับตัวหนูเล็กเป็นคนของโชนรังสี

          หนูเล็กไม่แปลกใจถ้าโชนรังสีคิดร้ายกับตน แต่เหมือนมาดาไม่มีทางคิดร้ายกับคุณอย่างแน่ๆ หนูเล็กบอกเมฆว่าจะกลับไปถามเหมือนมาดาให้รู้เรื่องว่าทำไม แต่เมฆพยายามรั้งเอาไว้ไม่อยากให้คุณต้องตกอยู่ในอันตรายอีก เมฆจะหาความจริงเรื่องนี้มาให้เอง แต่หนูเล็กก็ใจร้อนไม่อยากรอ ระหว่างที่ทั้งคู่เถียงกันอยู่ จู่ ๆ พวกเพชรน้ำเงินและปรินทร์กลับบุกมาที่เซฟเฮ้าส์เพื่อให้มาจับตัวหนูเล็ก ทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น เมฆรีบพาหนูเล็กหนีไปอยู่ยังรังหนูฐานลับขององค์กรราชสีห์ เมฆสงสัยว่าเพชรน้ำเงินกับปรินทร์บุกเผ่านาได้ยังไง เพราะคิงเคยบอกเขาอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครเผ่านาที่เซฟเฮ้าส์นี้ได้นอกจากคนตระกูลคีตภรณ์เหมือนคิงแค่นั้นแต่เมฆก็ได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ เพราะตอนนี้เขาก็พึ่งใครไม่ได้นอกจากคิงเท่านั้น

เรื่องย่อ May Queen ตอนที่ 3

ฮักซูรีบวิ่งไปกอดโดฮยอนด้วยความดีงามใจแล้วถามว่าลูกเมียตนปลอดภัยใช่ไหม โดฮยอนตอบว่าทุกคนปลอดภัยดีและถามถึงข้อมูลที่บอกให้ฮักซูนำติดตัวมาด้วย ฮักซูตอบว่าข้อมูลอยู่ที่คีชอล  คีชอลหยิบกล่องฟิล์มออกมาโชว์แล้วบอกว่าฮักซูมอบให้ตนตอนอยู่ด้านในห้องใต้ดิน ฮักซูหันไปมองเหล่าชายชุดดำชาวญี่ปุ่นแล้วบอกโดฮยอนว่าตนกำลังจะถูกคนพวกนี้ฆ่า หากโดฮยอนมาช้ากว่านี้ตนคงแย่แน่ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น คีชอลมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยอาการตกตะลึง ขณะที่โดฮยอนยิ้มอย่างเลือดเย็น 

ปรากฏว่าคนที่โดนยิงคือฮักซู เขาพยายามถามโดฮยอนซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เขานับถือและไว้ใจมากที่สุดว่า "ทำไม" แต่โดฮยอนกลับยิงไปที่หน้าอกของฮักซูอีกหนึ่งนัด หลังฮักซูล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นแล้วโดฮยอนก็หันไปหาคีชอลแล้วแย่งกล่องฟิล์มมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็จ่อปืนไปที่ศีรษะของคีชอล  คีชอลคุกเข่าแล้วร้องขอชีวิตโดยบอกว่าตนมีลูกน้อยที่ต้องดูแล  โดฮยอนไม่ฟัง ซ้ำยังขึ้นลำกล้องเตรียมยิง คีชอลจึงรีบอ้อนวอนขอชีวิตโดยสัญญาว่าตนจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จะรูดซิปปากตลอดชีวิต และจะทำตามคำสั่งของโดฮยอนทุกอย่าง โดฮยอนยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่ก็ไม่วายยิงไปที่ขาของคีชอล 1 นัด จากนั้นก็สั่ง (เป็นภาษาเกาหลี) ให้ลูกสมุนของตนเลิกแสแสร้งแกล้งเล่นละคร เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่าชายชุดดำก็ลุกขึ้นทันที

งานศพของฮักซูถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติท่ามกลางสายฝน ระหว่างที่กึมฮีวางดอกเบญจมาศสีขาวหน้ารูปของฮักซูด้วยอาการเศร้าโศก โฆษกก็ประกาศว่า "พิธีศพของนักวิทยาศาสตร์สาขาปิโตรเลียม (นักสำรวจปิโตรเลียม) ชื่อดังระดับโลกผู้ล่วงลับ "ด็อกเตอร์ยูน ฮักซู"  กำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้" โดฮยอนจ้องมองกึมฮีประกอบพิธีศพด้วยสีหน้าพึงพอใจ จากนั้นก็หันไปมองหนูน้อยยูจิน (ซึ่งมีแผลน้ำร้อนลวกที่ด้านหลังลำคอ) แล้วถอนใจ เมื่อเห็นกึมฮีเป็นลม โดฮยอนก็รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างกึมฮีเอาไว้ คีชอลซึ่งมาร่วมงานศพในสภาพที่มีไม้ค้ำยันเห็นดังนั้นก็ได้แต่มองอยู่ห่างๆ และร่ำไห้ด้วยความเศร้าใจ

วันหนึ่งโดฮยอนเรียกคีชอลมาพบบนประภาคารเพื่อให้ทวงสัญญา (คีชอลเคยบอกว่าจะทำตามที่คำสั่งทุกอย่างหากโดฮยอนไว้ชีวิตตน) โดยบอกเป็นนัยๆ ว่า นอกจากสามีแล้ว ลูกคือคนที่ทำให้ผู้หญิงมีความหวังและพลังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปมากที่สุด แต่ถ้าความหวังนั้นพังทลายลงทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไป  (โดฮยอนต้องการให้คีชอลกำจัดบุตรสาวของกึมฮี เพื่อให้ที่กึมฮีจะได้สิ้นหวัง เค้วงคว้าง และยอมหันมาหาตน) แม้จะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและแลดูเหมือนเป็นคำพูดลอยๆ แต่โดฮยอนเอาจริง และเพื่อให้ตอกย้ำว่าตนไม่ได้พูดเล่น โดฮยอนจึงข่มขู่คีชอลด้วยการอุ้มชางฮีขึ้นมาหยอกล้อและเหวี่ยงตัวเด็กน้อยออกไปนอกระเบียงประภาคาร

เรื่องย่อ กระซิบรักจิตสัมผัส (I Can Hear Your Voice) ตอนที่ 3

ซองบินถามต่อว่าใครคือรักแรกของซูฮา และแอบสงสัยว่าคุณคนนั้นสวยมั๊ย นิสัยดีรึเปล่า ซูฮากล่าวว่า "คุณน่ะทั้งสวย ทั้งฮอตสุดๆ เลยล่ะ"  ซองบินบอกซูฮาว่าอย่ามองผู้หญิงที่เปลือกนอก เพราะความสวยย่อมมีวันโรยลา (ภาพตัดไปที่  "จาง เฮซอง" ซึ่งกำลังเดินไปทำงานโดยสวมชุดสุภาพและติดเข็มกลัดรูปตาชั่ง) ซูฮาแย้งซองบินว่า "คุณไม่ใช่แค่สวยนะ" (อยู่ๆ ก็มีลูกบาสกลิ้งตรงมาที่เฮซอง ซ้ำยังมาหยุดอยู่ตรงหลุมเล็กๆ ที่มีน้ำขัง ทำให้น้ำที่ขังอยู่บนถนนกระเด็นใส่ขาคุณ เท่านั้นยังไม่พอ เด็กเด็กนักเรียนที่เล่นบาสยังขอให้คุณส่งลูกบาสคืนให้โดยเรียกคุณว่า 'ป้า'  เฮซองซึ่งกำลังหงุดหงิดที่โดนน้ำสกปรกกระเด็นใส่ขาจนเลอะเทอะได้ยินคำว่า 'ป้า' ก็รู้สึกเจ็บจี๊ด คุณจึงแกล้งโยนลูกบาสลงเนินทางด้านหลังแทนที่จะส่งคืนเด็กผู้เรียน) "คุณน่ะทั้งจิตใจดีและฉลาด คุณเป็นผุ้หญิงที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะ" ซูฮากล่าว

เฮซองเป็นทนายความที่ทำงานเหมือนคนไร้วิญญาณ ทุกครั้งที่ว่าความในห้องพิจารณาคดีคุณจะก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอย่างซังกะตาย และซักถามจำเลยโดยไม่ยอมละสายตาจากโพยที่วางอยู่ตรงหน้า คุณจะพูดและซักถามลูกความด้วยประโยค (และสไตล์) เดิมๆ เหมือนกันทุกคดี คณะผู้พิพากษาเห็นดังนั้นก็ต่างพากันส่ายหัว บางคนถึงขนาดจำคำพูดของคุณได้และทำปากขมุบขมิบแบบลิบซิงค์ตามไปด้วย

โอ ชุนชิม" (แม่ของเฮซอง) โทรฯ มาถามบุตรสาวว่าเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานตำแหน่งทนายความสาธารณะ * (public defender) หรือทนายความของรัฐ แล้วหรือยัง เฮซองตอบแบบไม่ซีเรียสว่า ตำแหน่งนี้ใครสมัครก็ได้รับเลือกทั้งนั้นเลยไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวไปทำไม แม่เฮซองฟังแล้วอ่อนใจที่บุตรสาวไม่ค่อยกระตือรือร้นจึงถามหาความรับผิดชอบ เพราะคุณต้องคอยช่วยเหลือเฮซองด้านการเงินทุกเดือนทั้งๆ ที่เฮซองอายุปูนนี้แล้ว เฮซองแก้ตัวว่าตอนนี้อาชีพทนายความกำลังอยู่ในช่วงขาลง เพราะมีทนายมากกว่าคดี คุณจึงมีรายได้น้อยและไม่แน่ๆ แม่เฮซองอยากให้บุตรสาวมีรายได้ที่แน่ๆ มั่นคง และพึ่งพาตัวเองได้ จึงลุ้นให้คุณได้เป็นทนายความของรัฐ (กินเงินเดือนประจำจากรัฐบาล) พร้อมกับขู่ว่าหากคุณไม่ได้งานนี้จำเป็นที่จะต้องนำเงิน 50 ล้านวอน (ราว 1.57 ล้านบาท) มาคืนตนภายในหนึ่งเดือน (ถึงแม้ได้งานก็จะถูกยึดเงินเดือนอยู่ดี)

เรื่องย่อ Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจเธอ

กำกับ: คิม ชอลกยู
เขียนบท: ชเว ยุนจอง
แนวละคร: โรแมนติก, คอมเมดี้, การแพทย์
จำนวนตอน: 21
ออกอากาศ:  เกาหลี – วันที่ 24 มกราคม 2557 – 5 เมษายน 2557 ทาง tvN
            ไทย – ทุกวันพุธ-ศุกร์ เวลา 20.25 – 22.10 น. ทางพีพีทีวี ออกอากาศวันที่ 29 ตุลาคม 2557 – 28 พฤศจิกายน 2557

เรื่องย่อ

ละคร "Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจคุณ" นำเสนอเรื่องราวของคู่ควงที่แต่งงานแบบสายฟ้าแล่บขณะยังเป็นนักศึกษาแพทย์และนักโภชนาการ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากครอบครัว หลังใช้ชีวิตร่วมกันได้ไม่นานทั้งคู่ก็มีอันต้องหย่าร้างเพราะมีปากเสียงกันเป็นประจำ หลังผ่านไปนาน 6 ปี ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกทีในฐานะ 'อินเทิร์น' (ผู้เรียนแพทย์ที่เรียนจบแล้ว และกำลังฝึกปฏิบัติงานเพิ่มเติมในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์รุ่นพี่) ประจำห้องฉุกเฉิน… มาลุ้นกันว่าการกลับมาพบกันของทั้งคู่ในคราวนี้จะทำให้ถ่านไฟเก่าลุกโชนจนกลับมาเป็นคู่สามีเมียอีกทีได้ไหม

ละครเริ่มขึ้นบนถนนย่านใจกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน "โอ ชางมิน" และ "โอ จินฮี" ซึ่งอยู่ในชุดเจ้าบ่าวและเจ้าสาว จูงมือกันวิ่งฝ่าฝูงชนเพื่อให้หนีการไล่ล่าของชายสูทดำ 2 คน ชางมินพาจินฮีบุกเข้าไปในโบสถ์ระหว่างที่บาทหลวงกำลังเทศนา และขอให้บาทหลวงช่วยทำพิธีแต่งงานให้เดี๋ยวนั้น เมื่อบาทหลวงถามย้ำว่าเอาจริงหรือ ชางมินก็นำสคริปต์ที่เตรียมมาเสร็จสรรพไปมอบให้กับบาทหลวง  หลังจากนั้นก็หันไปขอโทษและขอความเห็นอกเห็นใจจากบรรดาคนที่มาฟังเทศน์ โดยบอกว่าตนและจินฮีมีความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกันในวันนี้ จึงขอให้ทุกคนช่วยเป็นสักขีพยานและร่วมอวยพร

แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการแต่งงานแบบสายฟ้าแลบของทั้งคู่ แต่บาทหลวงก็ยอมทำพิธีให้โดยเริ่มจากการอ่านสคริปต์ของชางมิน

"เจ้าบ่าว โอ ชางมิน ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าพ่อขณะนี้ เคยเป็นลูกศิษย์คนโปรดของพ่อตอนที่พ่อเป็นอาจารย์หมอที่มหาวิทยาลัยแพทย์และยังไม่ได้รับศีลบวช เขาเป็นเด็กนักเรียนที่หล่อและฉลาดที่สุด มักทำคะแนนสอบได้เป็นชั้นต้นๆ เสมอ…" (จินฮีและชางมินยืนขำ ขณะที่บาทหลวงทำหน้าเหมือนคลื่นไส้)

หลังทนอ่านต่อไปไม่ไหว บาทหลวงก็ถอดแว่นและตัดบทด้วยการกล่าวอวยพร หลังจากนั้น ชางมินก็สวมแหวนแต่งงานและคว้าตัวจินฮีมาจูบท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่มาฟังเทศน์

เรื่องย่อ จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ (The Book of Three Han: The Chapter of Jumong) ตอนที่ 3

องค์ชายกึมวาช่วยพาแฮโมซูหลบหนีแต่เกิดพลัดหลงกันระหว่างถูกทหารของราชวงศ์ฮั่นไล่ล่า องค์ชายกึมวาเห็นแฮโมซูถูกธนูยิงร่วงลงจากหน้าผาและตกลงไปในแม่น้ำจึงคิดว่าแฮโมซูตายแล้ว หลังจากยูฮวาได้ให้กำเนิดบุตรชายนามว่า "จูมง" ทั้งคุณและลูกน้อยก็ถูกทหารพูยอตามฆ่า เมื่อรู้ว่า "พระเจ้าแฮบูรู" (พระบิดาขององค์ชายกึมวาและผู้สถาปนาดงพูยอหรือพูยอตะวันออก ซึ่งแยกออกมาจากพูยอเหนือ) สมคบคิดกับทหารของราชวงศ์ฮั่นในการวางกับดักแฮโมซู คุณจึงพาลูกน้อยเข้าวังและยกลูกให้เป็นบุตรขององค์ชายกึมวา โดยหวังให้ลูกช่วยสานต่อภารกิจที่คั่งค้างของแฮโมซูเมื่อเติบใหญ่ นับแต่นั้นยูฮวาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นชายารองขององค์ชายกึมวา

20 ปีต่อมา องค์ชายกึมวาได้แปลงเป็นพระราชาของพูยอ ส่วนยูฮวาได้รับการแต่งตั้งเป็นสนมเอก ขณะที่องค์ชายจูมงเติบโตขึ้นเป็นชายชายหนุ่มที่ไม่เอาไหน ทั้งอ่อนแอ ขี้ขลาด และบ้าผู้หญิง ผิดกับองค์ชายแทโซและองค์ชายยองโพ (พระโอรสของพระเจ้ากึมวาและพระมเหสีวอนฮู) อย่างลิบลับ ด้วยเหตุว่าองค์ชายทั้งสองไม่ชอบจูมงจึงหาทางกลั่นแกล้งและคิดแผนลวงจูมงไปฆ่า โชคดีที่โซ ซอโนมาช่วยชีวิตจูมงเอาไว้ได้ทัน เมื่อรู้ว่าลูกชายถูกองค์ชายแทโซและยองโพปองร้ายหมายเอาชีวิต ยูฮวาจึงแอบส่งจูมงไปฝึกวิชากับ "มูซง" พี่ชายของนางในคนสนิทซึ่งเป็นหัวหน้าผู้คุมนักโทษในคุกลับ โดยให้ปกปิดฐานะที่แท้จริงเอาไว้ แต่สุดท้ายองค์ชายแทโซก็จับได้ว่าจูมงแอบฝึกเพลงกระบี่และศิลปะการต่อสู้ จึงสั่งให้คอยจับตาและสะกดรอยตามจูมง

ระหว่างฝึกวิชาในคุกลับ จูมงได้พบนักโทษตาบอดคนหนึ่ง (แฮ โมซู) ถูกขังเดี่ยวและโดนล่ามโซ่อย่างแน่นหนาเลยมาเล่าให้พระสนมยูฮวาฟัง ยูฮวาจึงสงสัยว่านักโทษคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นอาจเป็นแฮ โมซู จูมงรู้สึกผูกพันกับนักโทษตาบอดจึงแอบเข้าไปคุยกับเขาในห้องขังตามลำพัง บังเอิญวันนั้นหัวหน้าธิดาเทพ "ยอ มีอึล" กับอำมาตย์ "พู ดึกบูล" แอบมาพบแฮโมซูอย่างลับๆ จูมงเห็นดังนั้นจึงยิ่งสงสัยว่านักโทษตาบอดผู้นี้เป็นใครกันแน่ องค์ชายแทโซเรียกจูมงมาประลองหวังข่มขู่ให้จูมงรู้สึกหวาดกลัว เมื่อมองว่าดาบของตนหักระหว่างประลองกับพระเชษฐา จูมงจึงมาขอให้หัวหน้าช่างตีดาบ "โม พัลโม" ช่วยสอนวิธีตีดาบที่อดทนทนทานเป็นพิเศษให้

เรื่องย่อ อภินิหารโคมวิเศษ (The Prelude of Lotus Lantern)

กำกับ:  อี๋ว์หมิงเซิง (ชาวฮ่องกง)
เขียนบท: จิ่วเหนียน
แนวละคร: แฟนตาซี, ย้อนยุค, อิงตำนานจีน
จำนวนตอน: 46
ออกอากาศ: จีน – 14 เมษายน 2552 ทาง ซีซีทีวี-8
               ไทย- ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 06.30-07.00 และ 18.45-19.15 น. วันศุกร์ เวลา 06.30-07.00 น. และ 18.30-19.00 น. ทางช่องสามแฟมิลี่  เริ่มตอนแรกวันที่ 6 มกราคม 2559

เรื่องย่อ (จากบีอีซี มัลติมีเดีย)

เหยาจี พระขนิษฐาของเง็กเซียนฮ่องเต้ลงไปปราบเทพมังกรซึ่งกลืนมุกมังกรแล้วลอบลงมายังแดนมนุษย์ ทำให้ได้พบรักและอยู่กินกับบัณฑิตหยางเทียนโย่วจนมีลูกด้วยกันกันสามคน ได้แก่ หยางเจียว, หยางเจี่ยน และหยางฉาน เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงรู้เรื่องนี้และทรงกริ้วมากจึงทรงมีพระบัญชาให้ขุนพลสวรรค์ลงมายังแดนมนุษย์ ขุนพลสวรรค์ไม่เพียงฆ่าหยางเทียนโย่วและหยางเจียวแค่นั้นทั้งยังขังเหยาจีไว้ใต้ภูเขาดอกท้ออีกด้วย หยางเจี่ยนและหยางฉานได้รับความช่วยเหลือจากนาจาและขุนศึกเทียนเผิงจึงทำให้ทั้งสองรักษาชีวิตไว้ได้ นับแต่นั้นเป็นต้นมานาจาและหยางเจี่ยนสองพี่น้องก็เป็นที่หมายหัวทั่วทั้งสามภพ

ทัพสวรรค์ล้อมเฉินถังกวานเอาไว้ นาจาโกรธมากจึงฆ่าตัวตายเพื่อให้ทดแทนพระป๋าแม่ นักพรตไท่อี่ใช้กลีบดอกบัวกลีบหนึ่งของโคมวิเศษเพื่อให้คืนร่างให้นาจา เพื่อให้ดูแลรักษานาจาให้ดี นักพรตไท่อี่จึงมอบโคมวิเศษให้หยางฉานเก็บรักษา

หยางเจี่ยนกราบนักพรตอี้ติ่งเป็นอาจารย์จนสำเร็จวิชา แม้แต่เห่าฟ้าซึ่งติดตามหยางเจี่ยนนั้นก็สำเร็จวิชาได้ร่างมนุษย์ หยางเจี่ยนผ่าภูเขาดอกท้อช่วยแม่ออกมา นึกไม่ถึงว่าเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้พระอาทิตย์โอรสทั้งสิบของพระองค์ใช้แสงอาทิตย์แผดเผาเหยาจีจนถึงแก่ความตาย หยางเจี่ยนโกรธมากสุดที่จะทนต่อไปได้จึงปลิดชีวิตพระอาทิตย์ไปเก้าดวง องค์หญิงสามพระธิดาจ้าวสมุทรซีไห่ขัดขวางหยางเจี่ยน ทำให้เหลือพระอาทิตย์เพียงดวงเดียวเพียงแค่นั้นหยางเจี่ยนขึ้นไปบนสรวงสวรรค์เพื่อให้ล้างแค้นโดยทำลายประตูสวรรค์ทักษิณจนพังพินาศ เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ปล่อยน้ำจากแม่น้ำสวรรค์ปลิดชีวิตหยางเจี่ยน หยางเจี่ยนไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำไว้ได้จึงทำให้น้ำจากแม่น้ำสวรรค์ไหลลงสู่แดนมนุษย์จนเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่

เรื่องย่อ หยุนเสียน หมอหญิงวังจักรพรรดิ (The Imperial Doctress) ตอนที่ 4

"เฉิงอ๋อง" ซึ่งถูกนักฆ่าของสำนักตงฉ่างรังแกจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและแอบมาหลบซ่อนตัวในรอบๆดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ได้ยินดังนั้นจึงล็อคคอหยุนเสียนแล้วลากตัวคุณเข้าไปในถ้ำพลางใช้ดาบสั้นข่มขู่ จื่อซูร้องวิงวอนและจะวิ่งออกจากถ้ำหวังไปตามคนมาช่วย เลยโดนเฉิงอ๋องจับเป็นตัวประกันแทน หยุนเสียนขอให้เฉิงอ๋องไว้ชีวิตจื่อซูและถามว่าเขาต้องการอะไร เฉิงอ๋องกล่าวว่าตนอยากได้สมุนไพรช่วยชีวิตในมือหยุนเสียน  หยุนเสียนเห็นแผลที่มือเฉิงอ๋องถึงได้รู้ว่าเขาโดนพิษ คุณจะมอบกล้วยไม้ให้เฉิงอ๋องแต่เฉิงอ๋องหมดสติไปเสียก่อน จื่อซูเลยบอกให้หยุนเสียนรีบหนีไป หยุนเสียนเห็นชายชายหนุ่มนอนหนาวสั่นและเพ้อหาแม่จึงรีบวิ่งไปเก็บสมุนไพรมารักษาและกลับมาพร้อมต้นหวงเหลียนป่า (ช่วยขจัดพิษ ต้านการอักเสบและติดเชื้อ) 

เมื่อรู้สึกตัวเฉิงอ๋องก็ขอบคุณหยุนเสียนที่ช่วยชีวิต และขอโทษที่ใช้ดาบสั้นข่มขู่ก่อนหน้านี้ เขากล่าวว่าตนไม่ใช่คนร้ายแต่กำลังถูกศัตรูตามล่า ดังนั้นจงอย่าบอกใครว่าพบตนที่นี่ หยุนเสียนเห็นชายชายหนุ่มหมดสติไปอีกรอบก็รู้สึกเป็นห่วงจึงคิดที่จะช่วยพาเขาหนี จื่อซูไม่เห็นด้วยและเตือนว่าหากมีคนรู้เข้าจะแปลงเป็นเรื่องใหญ่และอาจทำให้แม่ทัพหัง (พ่อของหยุนเสียน) พลอยเดือดร้อนไปด้วย หยุนเสียนไม่อยากให้พ่อเดือดร้อนเลยจำต้องไปจากเขา  ก่อนไปคุณป้อนยาให้เขาหนึ่งเม็ดและหวังว่าเย่าซือยูไล (เอี๊ยะซือหยูไล หรือ พระไภษัชยคุรุตถาคต*) จะช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัย

* พระไภษัชยคุรุตถาคต เป็นพระพุทธเจ้าในนิกายมหายานและบรมครูแห่งยารักษาโรค

"เฉาจี๋เสียง" แห่งสำนักตงฉ่าง (ลูกน้องหวังเจิ้น) พลิกแผ่นดินหาเฉิงอ๋องจนทั่วแต่ก็ยังหาไม่พบ เหลือเพียงจวนสกุลสวีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้ค้นหา เขาจึงพาลูกน้องบุกเข้าไปค้นทั้งๆ ที่รู้ว่าภายในมีงานเฉลิมฉลองและมีแขกเหรื่ออย่างมาก หนึ่งในนั้นคือ "วังกั๋ว กง" (พ่อของวังเหม่ยหลิน) หลังบุกค้นจนทั่วทั้งในสวนดอกไม้ทางด้านนอกและรอบๆโดยรอบแล้วไม่เจอ เฉาจี๋เสียงเลยคิดที่จะนำคนบุกไปค้นรอบๆสวนของเรือนชั้นในซึ่งเป็นส่วนของผู้หญิงและมีฉากกั้นเอาไว้ 

สวีซื่อหลางและวังกั๋วกงพยายามห้ามปรามเพราะคิดว่าเป็นความประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมและเป็นการหยามเกียรติสตรี แต่เฉาจี๋เสียงไม่สนใจหลักจริยธรรม เขาเชื่อว่าวังกั๋วกงเองก็รู้ว่าตนกำลังตามหาใครถึงได้พยายามขัดขวาง วังกั๋วกงเตือนว่าซุนไทเฮาไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากที่ระยะหลังๆ สำนักตงฉ่างกำเริบเสิบสาน เฉาจี๋เสียงไม่สนว่าไทเฮาจะกริ้วสักเพียงไหน เพราะตงฉ่างขึ้นตรงต่อฮ่องเต้เพียงองค์เดียว พูดจบเฉาจี๋เสียงก็พังฉากกั้นแล้วสั่งให้ลูกน้องบุกเข้าไปค้นทางด้านใน ทำให้เหล่าคุณหนูและบรรดาสาวใช้ต่างพากันกรีดร้องด้วยความสะดุ้งกลัว หยุนเสียนกับจื่อซูเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าคนของสำนักตงฉ่างกำลังตามหาคุณชายที่คุณเพิ่งจะช่วยชีวิต

เรื่องย่อ เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน (Empresses in the Palace)

กำกับ: เจิ้งเสี่ยวหลง (ผู้กำกับ ตำนานรักทุ่งสีเพลิง)
เขียนบท: หลิวเลี่ยนจื่อ, หวังเสี่ยวผิง
แนวละคร: ย้อนยุค, โรแมนติก, ดราม่า
จำนวนตอน: 76
ออกอากาศ: จีน – (นัดแรก) วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 ทางเส้าซิง
               ไทย –  ทุกคืนวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 03.10 น. ทางช่อง 7 สี ตั้งแต่คืนวันที่ 30 พฤษภาคม 2559-20 กันยายน 2559 (เคยออกอากาศทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 10.35 น. และ 22.30 น. ทางช่อง Media 84 เริ่มตอนแรกวันที่ 11 มกราคม 2559) 
ละคร "เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน (Empresses in the Palace)" ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง "โฮ่วกง เจินหวนฉวน" ของนักเขียนนวนิยายหญิง "หลิวเลี่ยนจื่อ" (อู๋เสวี่ยหลาน) เนื้อหาในนิยายเป็นเรื่องสมมุติ แต่สำหรับเวอร์ชั่นละครได้กำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นในรัชสมัยพระราชาธิราชหย่งเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิง 

เรื่องย่อ

ช่อง 7 สีขอนำเสนอภาพยนตร์จีนชุดในแบบฉบับย้อนยุคเรื่องเยี่ยมที่สร้างจากนวนิยายยอดนิยมอย่างแพร่หลายเรื่อง  “เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน” (THE LEGEND OF ZHEN HUAN)  นำแสดงโดย    ซุนลี่ ผู้แสดงสาวชาวจีนที่โด่งดังอย่างมากจากภาพยนตร์จีนชุดเรื่องนี้กับหน้าที่ของ เจินหวน หญิงสาวที่ถูกส่งตัวเผ่านาสู่ตำหนักในตามความปรารถนาของครอบครัวด้วยความไม่เต็มใจ และไม่ได้มีความปรารถนาในลาภยศ ขอเพียงแค่ได้พบรักแท้ แต่คุณกลับต้องติดอยู่ในวังวนแห่งการช่วงชิงภายในวังหลวงซึ่งมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม เหตุนี้เองจึงก่อให้เกิดเป็นเรื่องราวของการต่อสู้ และความรักอันสลับซับซ้อนของคุณ

ด้วยชะตาที่ฟ้ากำหนดเอาไว้ จึงมีเหตุทำให้คุณได้พบรักกับ  ฮ่องเต้หย่งเจิ้ง  บุรุษที่มิอาจมีรักได้เพียงหนึ่ง คุณได้มอบหัวใจทั้งดวงให้กับฮ่องเต้หย่งเจิ้งและคิดว่ามันคือรักแท้ แต่ชีวิตในตำหนักในแห่งนี้กลับเต็มไป ด้วยกิเลสตัณหา ความอิจฉาริษยา การกลั่นแกล้ง และการใช้อุบายรังแกกันโดยไม่ละอายต่อบาป เจินหวนต้องพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายอย่างมาก  หัวใจรักทั้งหมดที่มอบให้กับ ฮ่องเต้หย่งเจิ้ง แทบจะดับสลาย แต่เจินหวน ก็ยังไม่ละทิ้งความหวัง จนได้พบกับ  องค์ชายสิบเจ็ด  ที่นำแสดงโดย หลี่ตงเสวีย  สุดท้ายปาฏิหาริย์จะมีจริงไหม และเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมและให้กำลังใจในความเข็งแกร่งของคุณได้ใน “เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน”

* ข้อมูลจาก ช่อง 7 (ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่)

ดารานำ

ซุนลี่
(ผู้แสดง / นักร้อง ชาวจีน)
รับบท หนิวฮู่ลู่เจินหวน
ลำดับตำแหน่ง: หว่านฉางจ้าย / หว่านกุ้ยเหริน / หว่านผิน / หว่านเฟย / หว่านผิน / โม่โฉว (ตอนบวชชี) / สี่เฟย / สี่กุ้ยเฟย / ไทเฮา  (อ้างอิง สมเด็จพระพันปีหลวงเซี่ยวเชิ่งเซี่ยน)

* ตำแหน่งนางในราชสำนัก (ผู้หญิงของฮ่องเต้) สมัย "ราชวงศ์ชิง" แบ่งออกเป็น 9 ลำดับชั้น ได้แก่ ฮองเฮา (พระอัครมเหสี), หวงกุ้ยเฟย (พระมเหสี), กุ้ยเฟย (พระราชเทวี), เฟย (พระอัครชายา), ผิน (พระชายา), กุ้ยเหริน (พระสนมขั้นกุ้ยเหริน), ฉางจ้าย (พระสนมขั้นฉางจ้าย), ตาอิ้ง (พระสนมขั้นตาอิ้ง) และ กวนหนี่ว์จื่อ (นางข้าหลวง – ไม่มียศศักดิ์ แต่อาจได้เลื่อนชั้นเป็นพระสนมขั้นตาอิ้งในภายหลัง)

เรื่องย่อ ขังใจไว้ด้วยรัก (The Cage of Love) ตอนที่ 3

เหวินเยวียนกล่าวว่าตนถูกใส่ความและร้องขอความเป็นธรรมกับหงต๋า หงต๋าจึงแย้งว่าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม  แต่ถ้าเหวินเยวียนต้องการความเป็นธรรมให้นำของสำคัญที่สุดของตระกูลเจียงมาแลก  เหวินเยวียนจึงบอกให้หงต๋าเลือกหยิบของที่ต้องการในห้องนี้ไปได้เลย หงต๋าชี้ว่าสิ่งที่ตนต้องการคือสูตรลับในการย้อมผ้าของตระกูลเจียง เหวินเยวียนได้ยินดังนั้นจึงเข้าใจทุกอย่าง หงต๋ายังบอกอีกว่าหากเหวินเยวียนมอบสูตรลับให้ตนแต่โดยดี ตนจะช่วยให้เหวินเยวียนพ้นคุก แต่ถ้าเหวินเยวียนยังคงดื้อรั้นจนตนต้องใช้วิธีบีบบังคับ ตนจะทำให้เหวินเยวียนสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศ ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ และชีวิตของทุกคนในครอบครัวเจียง แม้จะโดนข่มขู่แต่เหวินเยวียนไม่อาจยอมรับข้อกล่าวหาและยิ่งไม่มีทางมอบสูตรลับประจำตระกูลให้แก่หงต๋า จึงปฏิเสธทันควัน

เมื่อเด็กชายเจียงอวี๋มาถึงโรงงานหลิงหลงก็พบเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังที่หน้าโรงงานและพยายามกันคนงานไม่ให้ฝ่าเข้าไปทางด้านใน เขาจึงอาศัยช่วงชุลมุนมุดฝ่าฝูงชนเข้าไปตามหาพ่อในโรงงานและเห็นพ่อตกลงมาจากชั้นสองต่อหน้าต่อตา ครั้นพอเข้าไปดูก็พบว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองที่หน้าต่างชั้นสองก็พบหงต๋ากำลังยืนช็อค เจียงอวี๋จึงจ้องหน้าหงต๋าด้วยความเคียดแค้น หลังจากนั้นทางการก็ประกาศว่า เหตุเพราะฝิ่นเป็นยาเสพติดร้ายแรง คนที่กลายเป็นทาสจะคิดชั่วทำชั่ว แม้กระทั่งคนดีก็จะแปลงเป็นปีศาจ เจียงเหวินเหยียนใช้โรงงานย้อมผ้าหลิงหลงเป็นที่ลักลอบค้าฝิ่นจึงสมควรโดนลงโทษหนัก ตามกฏหมายแล้วเขาต้องโดนลงโทษประหาร แต่เนื่องจากว่าเขาชิงฆ่าตัวตายหนีความผิดไปเสียก่อน ดังนั้น โรงงานย้อมผ้าหลิงหลงและทรัพย์สมบัติทั้งหมดของสกุลเจียงจะถูกยึดเป็นของหลวง โรงงานจำเป็นต้องปิดตัวลง ส่วนคนงานทั้งหมดจะถูกไล่ออกทันที

ขณะที่ครอบครัวเจียงกำลังจัดงานศพให้เหวินเยวียนภายในบ้าน เหล่าคนตระกูลเจียงก็บุกเผ่านาในบ้านเพื่อให้ทำลายงานศพและไล่ส่งคุณนายเจียง เจียงอวี๋ และเฟยเฟยออกจากบ้าน (มือเจียงอวี๋ถูกถาดใส่ถ่านร้อนๆ กระเด็นใส่จนเป็นแผล) หลังโดนลากออกจากบ้านตนเอง เจียงอวี๋ก็โวยลั่นว่านี่เป็นบ้านของตน ชายคนหนึ่งชี้ว่าบ้านหลังนี้เป็นสมบัติของตระกูลเจียง แต่ตอนนี้คุณนายเจียงและลูกถูกขับออกจากตระกูลแล้ว โทษฐานที่ทำผิดกฏและนำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล เจียงอวี๋พยายามร้องขอความเห็นอกเห็นใจโดยบอกว่าพ่อของตนถูกคนใส่ความแต่ไม่มีใครสนใจฟัง

เรื่องย่อ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) ตอนที่ 8

ครั้นพอเห็นหน้าต็อกฮวาชัดๆ ชินก็นึกถึงบรรพบุรุษของเด็กน้อยซึ่งเป็นเด็กชายชาวโครยอที่ต้องมาจบชีวิตลงในต่างแดน พอรู้ว่าบรรพบุรุษคนที่ว่ามีหน้าตาเหมือนตน ต็อกฮวาก็ถามด้วยความตื่นเต้นว่าบรรพบุรุษของตนหล่อไหม ประธานยูได้ยินดังนั้นเลยดุหลานก่อนก้มศีรษะขอโทษชินอีกรอบ ชินมองหน้าต็อกฮวาพลางรับรองว่าคนตระกูลยูไม่เคยทำให้ตนผิดหวัง ทันใดนั้น ต็อกฮวาก็โพล่งถามชินด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่องว่า ทำไมถึงใช้คำพูดแบบเป็นกันเองกับปู่ของตน และนั่นก็ทำให้เด็กน้อยเกือบโดนปู่ตี (ปกติแล้วคนที่อาวุโสน้อยกว่าต้องใช้ภาษาสุภาพกับผู้ใหญ่ แต่ต็อกฮวาไม่รู้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้ามีอายุเกือบพันปี) 

ชินยิ้มให้ต็อกฮวาด้วยความเอ็นดู เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อเกือบหนึ่งพันปีก่อน ในตอนนั้นบรรพบุรุษของต็อกฮวาซึ่งเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของแม่ทัพคิมชินได้พาหลานมานั่งคุยกับดาบที่ปักอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ เขาร่ำไห้พลางขอโทษดาบที่เพิ่งจะมาเอาป่านนี้และอธิบายว่าที่ผ่านมาตนป่วยหนัก เขารู้สึกตัวดีว่าคงอยู่ต่อไปได้อีกไม่นานเลยพาหลานมาแนะนำ โดยบอกว่าจากนี้ไปหลานชายจะมาทำหน้าที่แทนตน หลานชายของทาสคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วเห็นปู่เรียกดาบว่า 'นายท่าน' จึงรู้สึกแปลกใจ

ทันใดนั้นก็เกิดปรากฏการณ์แปลก เมื่ออยู่ๆ ก็มีฟ้าแลบ แถมดาบยังสั่นไหว หลังจากนั้นก็มีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า "แม้วิญญาณคนของเจ้าจะพากันคุ้มครองเจ้า แต่ดาบของเจ้าชโลมด้วยเลือดผู้คนนับพัน ถึงจะเป็นเลือดของศัตรูแต่ก็เป็นเลือดของเทพเจ้าด้วยเช่นกัน… จงอยู่อย่างโดดเดี่ยวและไม่มีวันตาย เฝ้าดูคนที่เจ้ารักตายไปต่อหน้าคนแล้วคนเล่า เจ้าจะไม่มีวันลืมความตายของใคร นี่คือรางวัลที่ผ่านอบให้และยังเป็นบทลงโทษของเจ้า"

สองปู่หลานต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นร่างนายของตนปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยที่ยังมีดาบแทงคาหน้าอก เสียงจากสวรรค์กล่าวต่อว่า "มีเพียงเจ้าสาวของก็อบลินเท่านั้นที่สามารถดึงดาบออกมาได้ เมื่อดาบถูกดึงออกมาแล้ว เจ้าจะดับสูญและไปสู่สุขคติ" หลังฟื้นคืนชีพในฐานะก็อบลิน อดีตแม่ทัพคิมชินก็มุ่งหน้าไปที่วังหลวง หลังฆ่าขันทีปาร์คและคู่หูแล้ว เขาก็พบร่างคนถูกผ้าไหมสีเหลืองห่อเอาไว้จึงได้แต่เปรยว่าตนมาช้าไป เมื่อกลับไปหาสองปู่หลานเขาก็พบว่าตนมาสายเกินไปเช่นกัน เพราะทาสชราผู้ซื่อสัตย์ได้เสียชีวิตแล้ว หลานตัวน้อยของชายชรานั่งร้องไห้พลางนำหินมาวางเรียงบนหลุมศพผู้เป็นปู่จนมือแกลายเป็นแผล ชินคุกเข่าหน้าหลุมศพทาสชราผู้ซื่อสัตย์และกล่าวว่า "เจ้าคงเป็นบทลงโทษแรกของข้าสินะ" หลานชายชราผู้ล่วงลับก้มศีรษะคำนับเพื่อให้ฝากตัวรับใช้ชินตามคำสั่งเสียของปู่ ชินรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ความแค้นบังตาจนลืมไต่ถามทุกข์สุขของทาสชราและหลาน เขาถามเด็กน้อยด้วยน้ำตานองหน้าว่าตนเป็นอย่างงี้แล้วยังอยากรับใช้ตนอีกหรือ เด็กน้อยพยักหน้าแทนคำตอบ